|
คณะทหารผู้ทำการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 รู้ดีว่าพวกพ้องและบริวารของตนทำผิดกฎหมายผิดรัฐธรรมนูญ และในหลาย ๆ กรณี...เข้าข่าย คอร์รัปชั่น
และนี่คือสาเหตุของการใส่เรื่องการ นิรโทษกรรม ของผู้ทำการรัฐประหารไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2549 แต่บทนิรโทษกรรมดังกล่าวก็คุ้มครองแต่การทำรัฐประหารเท่านั้น ไม่ได้มีผลคุ้มครองการกระทำผิดต่าง ๆ ของ คปค. คมช. หรือ คตส. หลังการทำรัฐประหารดังกล่าว
บรรดาการ อายัดทรัพย์ ที่ทำโดยบริวารผู้จงรักภักดีของ คมช. เยี่ยง คตส. ก็เป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนของกฎหมาย อายัดทรัพย์ของคนที่ไม่ใช่นักการเมือง ซึ่งตามกฎหมายแล้ว คตส. ไม่มีอำนาจการฟ้องเรียกค่าเสียหายก็กำลังตามมา นอกจากนี้ การส่งทหารไปนั่งกินเงินเดือนแพง ๆ ตามบอร์ดของรัฐวิสาหกิจก็ก่อให้เกิดปัญหาและข้อร้องเรียนมากมาย ไป ๆ มา ๆ เรื่องที่ว่า เขา ทุจริต กลายเป็น อิเหนา ก็มูมมามกินกันเสียเอง
วิธีการเอาตัวรอดของ คมช. จะทำอย่างไร
คำตอบก็คือ อาศัยช่องในมาตรา 309 ของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับหลอกลวงประชาชนเป็นทางออกกำหนดให้มีการ นิรโทษกรรม แบบ ครอบจักรวาล ต่อไป
มาตรา 309 : การใด ๆ ที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 ว่า เป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่า ก่อนหรือหลัง วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
คำถามคือ ทำไมต้องขอ นิรโทษกรรม สำหรับเรื่องที่จะทำในอนาคต หรือว่า คมช. และ บริวารเยี่ยง คตส. ตั้งใจจะทำอะไรที่ ผิดกฎหมาย หลังจากที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ในประเทศที่เจริญแล้ว และเคารพ ธรรมเป็นอำนาจ บทบัญญัติ นิรโทษกรรม แบบนี้ เป็นที่ยอมรับด้วยหรือ
เราไม่ใช่สื่อมวลชนไทยที่ชอบเสนอความเห็นของตนโดยไม่มีข้อเท็จจริงหรือความเห็นนักวิชาการประกอบ เราขอเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นของคณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อประกอบการพิจารณาของท่าน
คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ , รองศาสตราจารย์ ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จันทจิรา เอี่ยมมยุรา, อาจารย์ ดร. ฐาปนันท์ นิพิฎฐกุล, อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล และอาจารย์ ธีระ สุธีวรางกูร ได้ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญฉบับออกเสียงประชามติโดยละเอียดแล้ว เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความไม่เหมาะสมยิ่งต่อการจะนำไปบังคับใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงขอประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับออกเสียงประชามติดังกล่าว ด้วยเหตุผล ดังนี้
4.2 ผลพวงของบทบัญญัติดังกล่าวก็คือ ประกาศ คปค. คำสั่งของหัวหน้า คปค. และการปฏิบัติตามประกาศและคำสั่งดังกล่าว ต่างก็ได้รับการรับรองว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แม้ว่าการปฏิบัติตามประกาศและคำสั่งดังกล่าวจะไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม อนึ่ง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังรับรองให้การปฏิบัติตามประกาศ คปค. หรือคำสั่งของหัวหน้า คปค. เป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แม้จะได้มีการกระทำภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับออกเสียงประชามติมีผลใช้บังคับด้วย ซึ่งหมายความว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับออกเสียงประชามติรับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการกระทำต่างๆในอนาคตไว้ล่วงหน้า โดยไม่สนใจไยดีถึงเนื้อหาของการกระทำนั้นๆ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
4.3 เมื่อมีการรับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของประกาศ คปค. คำสั่งหัวหน้า คปค. และการปฏิบัติของบุคคลตามประกาศและคำสั่งดังกล่าว ไม่ว่าประกาศคำสั่งหรือการปฏิบัติเช่นว่านั้นจะมีรูปแบบและหรือเนื้อหาที่มิชอบหรือขัดแย้งกับกฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่ภายในรัฐอย่างไรให้ชอบด้วยกฎหมายเสียแล้ว ผู้ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของการกระทำต่างๆ ตามประกาศและคำสั่งข้างต้นจึงย่อมมิอาจขอรับความเป็นธรรมในทางกฎหมายได้ อีกทั้งประกาศ คำสั่งและการปฏิบัติต่างๆ ก็ย่อมไม่ตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบไม่ว่าในทางใดอีก ผลที่ตามมาก็คือ ผู้กระทำการอันมิชอบต่างก็หลุดพ้นจากความรับผิดในทางต่างๆโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุดังกล่าว จึงมิเกินเลยหากจะกล่าวว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ทำลายหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดและหลักความเสมอภาคในการได้รับการอำนวยความยุติธรรมจากรัฐโดยตัวของรัฐธรรมนูญเอง ผลจากการนี้ ผู้ตกอยู่ภายใต้บังคับดังกล่าวจะยอมรับต่อความอยุติธรรมเช่นนี้หรือไม่ และสังคมจะตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมได้อย่างไร วิญญูชนย่อมตรึกตรองได้เอง
สังคมไทยคงจะปล่อยให้การใช้อาวุธเป็นธรรมต่อไปได้อีกหรือ ความยุติธรรมในสังคมนี้อยู่ที่ใด คนทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมายไม่ใช่หรือ
สังคมไทยยังจะเคารพในหลัก นิติกรรม ต่อไปหรือไม่
เรามีคำถามเดียวที่จะถามคณะรัฐประหารและบริวารเยี่ยง คตส. ตลอดจนศาลยุติธรรม ถ้าการกระทำของ คปค. คมช. คตส. และตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมจริง จะมาขอนิรโทษกรรมแบบครอบจักรวาลทำไม
|