name
 
 

ประทีปแจ้งความทหาร-ตร. ยึดโปสเตอร์คว่ำ รธน.

กรุงเทพธุรกิจ, 29 กรกฎาคม 2550, " ประทีป" โร่แจ้งความดำเนินคดี หลังถูกทหาร-ตำรวจยึดเอกสารเผยแพร่รณรงค์ไม่รับร่างรธน. โวยเป็นการกระทำไม่ถูกต้อง ขณะที่ตร.ขอตรวจสอบเอกสารก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองหรือไม่ ด้านกลุ่มคนรักทักษิณ เรียกร้องความเป็นธรรมยันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความเห็นทางการเมืองไม่รับรัฐธรรมนูญ จี้นายกฯ เลิกกฎอัยการศึก "สดศรี" เผยกกต.ยังทำอะไรไม่ได้จนกว่าก.ม.ประชามติจะออกมา

ทางการยังคงเข้าตรวจค้นการรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยวานนี้ ( 28 ก.ค.) เวลา 14.00 น. นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) รุ่น 2 ได้เดินทางมายัง สน.ท่าเรือ พร้อมประชาชนที่ร่วมเดินทางมาให้กำลังใจกว่า 50 คน โดยเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง ร้อยเวร สน.ท่าเรือ ว่า โปสเตอร์รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้ถูกตรวจยึดไป

นางประทีป กล่าวว่า โปสเตอร์ของเธอ ซึ่งมีข้อความ “ โหวตล้มร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ผิดกฎหมาย ” และข้อความต่างๆ ซึ่งเป็นข้อความของ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวนกว่า 4,000 แผ่น เตรียมไว้เพื่อแจกจ่ายประชาชน ได้ถูก ร.อ.เชาวลิต เนตรนวลศรี ผู้บังคับกองร้อยรักษาความสงบที่ 2 สังกัดกองทัพภาคที่ 1 และ ร.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ ไตรพัฒน์ศิลา รอง สวป. สน.ท่าเรือ พร้อมพวก ตรวจยึดมาจากถนนดำรงลัทธพิพัฒน์ บริเวณแยก 70 ไร่ ชุมชน 70 ไร่ แขวงและเขตคลองเตย เป็นเรื่องที่ถือว่าผิดกฎหมาย จึงขอแจ้งความ 3 ข้อหา คือ ลักทรัพย์ ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย และละเมิดสิทธิ

" การรณรงค์แจกเอกสารไม่ถือว่าผิดกฎหมาย แต่โปสเตอร์กลับถูกทหารและตำรวจยึดมาด้วยความไม่ถูกต้อง และเมื่อนำมาดูเอกสารบางส่วนก็เสียหาย และในเรื่องสิทธินั้นไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือปี 2550 ก็ได้ให้สิทธิกับประชาชน ดังนั้นอยากจะได้โปสเตอร์ทั้งหมดคืน" นางประทีป กล่าว

ทั้งนี้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่คืนโปสเตอร์ดังกล่าวให้ แต่จะต้องทำการตรวจสอบก่อนว่าผิดต่อหลักกฎหมายหรือไม่ และเอกสารดังกล่าวก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองหรือไม่

วันเดียวกัน ที่สำนักงานกลุ่มไทยรักไทย กลุ่มคนรักทักษิณไม่เอาเผด็จการ อาทิเช่น นายธีระชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.อุดรธานี นายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.อุบลราชธานี ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องความเป็นธรรม กรณีที่พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร ถูกทหารจากกองทัพภาคที่ 3 บุกตรวจค้นบ้านพักพร้อมยึดเอกสารการรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.ไวพจน์ ซึ่งเข้าร่วมแถลงข่าวด้วย กล่าวว่า ในการตรวจค้นที่ทหารอ้างว่าใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก พบเพียงเอกสารชี้แจงเหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มไทยรักไทย เสื้อสกรีนข้อความ We vote no และเทปบันทึกคำให้สัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรีจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเอกสารธรรมดาและเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความเห็นทางการเมือง

" ยุคนี้ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ หากนายกรัฐมนตรียกเลิกกฎอัยการศึก การข่มขู่เช่นนี้ก็ไม่เกิดขึ้น ผมจึงขอเรียกร้องให้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ยกเลิกกฎอัยการศึกโดยเร็วที่สุด และฝากถึงทหารว่าทำอะไรให้ทำที่ผม อย่าไปทำที่ลูกเมียของผม"

ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ทหารและตำรวจ ยึดโปสเตอร์ข้อความ "โหวตล้มร่างรัฐธรรมนูญไม่ผิดกฎหมาย" ของนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ แกนนำ นปก. ว่า กกต.ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรกับกรณีดังกล่าวได้ เพราะร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่ง กกต.จะดำเนินการได้ต่อเมื่อร่างกฎหมายถูกประกาศใช้แล้วเท่านั้น

ด้านเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง ( PNET) ประกาศความพร้อมในการตรวจสอบการลงประชามติให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานจากองค์กรสหพันธ์ส่งเสริมเครือข่ายการเลือกตั้งนานาประเทศ ( IFES : International Federation for Election System) หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่สามารถให้การสนับสนุนได้

ทั้งนี้ PNET จะจัดตั้งศูนย์การรับแจ้งเหตุใน 41 จังหวัด มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงช่องทางการแจ้งเหตุทุจริตในการลงประชามติ และจัดให้มีอาสาสมัครเคลื่อนที่อย่างน้อย 4,100 คน เพื่อสังเกตการณ์การทุจริตที่จะเกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ ทั้งก่อนหน้าวันลงประชามติ วันลงประชามติ และในช่วงการนับคะแนน รวมถึงสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรายงานต่อส่วนกลาง กกต. และแถลงต่อประชาชน

นอกจากนี้ PNET ยังเรียกร้องให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ประกาศท่าทีที่ชัดเจนในการไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง แม้จะเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการรับรัฐธรรมนูญสามารถตัดสินใจลงมติรับได้อย่างสนิทใจ